ภูริวัจน์   (680 views)
ภูริวัจน์ hasn't updated their status in a while...

Birthday

March 2

Looking To

Make friends
 
Advertisement

Info

http://airkulion.hi5.com - Send it to your friends

Birthday

March 2

Looking To

Make friends

Languages

Thai
 

Interests

Favorite Music

 

Favorite TV Shows

เหตุที่เมืองไทย ไปไม่ถึงไหน

โดย บุญเกียรติ ชีวะตระกูลกิจ e-mail : bcheewatragoongit@yahoo.com

ไปไหว้พระที่วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (เล่งเน่ยยี่ 2) อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี วันอันปลอดโปร่งเช่นนั้น ทำให้สมองแล่นดี ทั้งที่เข้าวัดทำใจให้สงบแล้ว แต่ก็ยังอดที่จะคิดถึงปัญหาในบ้านเมืองของเราไม่ได้

ทำไมเมืองไทยซึ่งมีศักยภาพเป็นอันมากจึงไปไม่ถึงไหนสักที แม้เราจะมีทรัพยากร (Resources) ที่ธรรมชาติให้มา "เหมาะเจาะพอดี" ชนิดที่ใครเห็นก็ต้องอิจฉา

ไม่ว่าจะเป็นขุนเขาอันอลังการยิ่งทางตอนบนของประเทศ ที่ราบสูงผืนใหญ่อันเต็มไปด้วยแร่ธาตุและพันธุ์ข้าวชั้น 1 ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผืนน้ำและชายทะเลยาวเหยียด 2 ฟากฝั่งทั้งอันดามันและอ่าวไทย

เป็นทรัพยากรที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครมี พูดจาประสาวิชายุทธศาสตร์ (Strategic Management) เรียกได้ว่าเรามี "ความแตกต่าง-Differentiation" โดยธรรมชาติ ไม่ใช่ "ของพื้นๆ" ที่ใครๆ ก็พากันเป็นเจ้าของได้

แล้วทำไมเมืองไทยของพวกเราจึงไปไม่ถึงไหนสักที?

มีแนวคิดด้านการจัดการอันหนึ่งที่น่าสนใจยิ่ง อรรถาธิบายไว้ว่า องค์กรจะเจริญก้าวหน้าได้ นอกจากมีทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์แล้ว ยังต้องกอร์ปด้วยผู้นำมากความสามารถในการคิดค้นพัฒนา "สมรรถนะ-capability" ขององค์กรให้เข้ากับทรัพยากรที่มีอยู่ ตำราฝรั่งเรียกคำนี้ว่า "Capabilities-Resources"

สิงคโปร์นั้นเป็นประเทศที่มีทรัพยากรน้อย แต่ผู้นำของเขาฉลาดพอที่จะทำให้ประเทศมี Capability-Resource อันเหมาะเหม็ง จนพัฒนากลายเป็น "ขีดความสามารถหลัก -Core Competencies" ที่ยอดเยี่ยม

เมื่อทรัพยากรมีน้อย ก็ยิ่งแสดงว่าผู้นำมีความเก่งกาจในการจัดการมาก การพัฒนาประเทศสิงคโปร์ จากอาณานิคมที่มีแต่คนจีนขากถุยน้ำลายอยู่เต็มเกาะ ให้กลายมาเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจแห่งเอเชียแปซิฟิก ย่อมมิใช่เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย

หากเป็นเพราะความปราดเปรื่องของผู้นำที่จัดอยู่ในขั้นเทพโดยแท้

หวลกลับมาที่ประเทศไทยดูบ้าง เคยมีสักกี่ครั้งในประวัติศาสตร์ที่เราได้ "ผู้นำ" เฉียบคมในการพาประเทศก้าวรุดไปข้างหน้า

มีแต่นายกฯ ฉายาแปลกประหลาดเช่น "เชื่องช้า" บ้าง "หลงจู๊" บ้าง "พ่อใหญ่" บ้าง ซึ่งก็ล้วนฝากผีฝากไข้ไม่ได้ทั้งนั้น

ครั้นพิศดูรัฐบาลปัจจุบัน ก็ยิ่งไปกันใหญ่ บริหารงานมาร่วมสองเดือนกว่าๆ มาตรการที่ออกล้วนเป็นเรื่องปลีกย่อย แก้ปัญหาชาติประเทศไม่ได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

รัฐมนตรีวันๆ เอาแต่ตอบโต้ฝ่ายค้านชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน

ใครที่ฝันว่านายกฯ จะคิด "Capabilities" เด็ดๆ มา match กับ "Resources" ของประเทศที่มีอยู่อย่างมหาศาลนั้น ถึงวันนี้ดูออกจะไกลเกินฝันไปแล้วจริงๆ

ถ้ามองภาพให้ใหญ่ขึ้นมาสักหน่อย คณะบุคคลที่มีอำนาจในการชี้นำประเทศ อาจจำแนกได้เป็นหลายกลุ่มก้อนด้วยกันคือ

กลุ่มนักการเมือง เช่น นายอภิสิทธิ์ นายเนวิน ร.ต.อ.เฉลิม

กลุ่มการเมืองนอกรัฐสภา เช่น "พันธมิตร" และ "นปช."

กลุ่มนักวิชาการและสื่อมวลชน เช่น อาจารย์มหาวิทยาลัย คอลัมนิสต์

กลุ่มนักธุรกิจ เช่น สภาหอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรมฯ

กลุ่มขุนทหาร เช่น ผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้งปวง

จะนับ "คณะตุลาการ" ที่ระยะหลังมีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลงอำนาจในการปกครองประเทศมากขึ้น ก็คงจะไม่ผิดไปจากความเป็นจริงสักเท่าใด

หลายปีมานี้ คณะบุคคลกลุ่มต่างๆ ข้างต้นล้วนมีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนแปลงอำนาจการบริหารจัดการประเทศ

และก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำใหประเทศย่ำแย่ลงทุกวัน

เกิดความ "แตกแยก" ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ที่จนนาทีนี้ยังหาทางออกกันไม่เจอ

กลายเป็น "ภูเขาไฟ" รอวันปะทุ ที่ทุกกลุ่มลึกๆ ล้วนเป็นกังวล

ก็ขนาดแมกกาซีน "ฟอร์บ" ฉบับที่นำรูปนายอภิสิทธิ์ขึ้นปก ถึงกับพาดหัวตัวไม้ว่า "Troubled Thailand-เมืองไทย ประเทศที่ยังคงยากลำบาก" กันเลยทีเดียว

ประเทศไทยโชคร้ายที่มี "กลุ่มผู้นำ" คุณภาพต่ำเกินไป

ไม่ qualify พอที่จะมานั่งบริหารชาติประเทศ ไม่มีความสามารถในการคิดพัฒนา Capabilities ดีๆ ให้ match กับ resources ชั้นเยี่ยมที่ตนมีอยู่

พอดีพอร้าย พวกเขาอาจไม่เคยทราบด้วยซ้ำว่าจะต้องทำหน้าที่ดังกล่าวนี้ให้กับประเทศ

ความเชี่ยวชาญของคนกลุ่มนี้ที่ชัดเจนสุดคือ การคิดหาหนทางทำร้ายฝ่ายตรงข้ามอันเป็นศัตรูในนิยามของพวกเขา

"Troubled Thailand" จึงเป็นประเทศที่อุดมไปด้วยเรื่องราวในแนว "จำจะต้อง เข่นฆ่า ให้อาสัญ" อยู่เต็มไปหมด เช่น

"ชวน" สบัดมีดโกนอาบน้ำผึ้ง กรีด "ทักษิณ"

"เชาวริน" บี้ "เทพเทือก" กลางสภา

"มาร์ค" เย้ย "แม้ว"

"เทือก" เย้ย "เหลิม"

"เนวิน" เมิน กม.ปรองดอง

"ผู้ใหญ่" ในบ้านเมืองบอกคนไทยต้อง "เลือกข้าง"

ฯลฯ

เรื่องที่กลุ่มผู้นำเหล่านี้ คิดจะยังประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมืองในแต่ละวัน จึงไม่มีให้เห็นแม้แต่น้อย

ผิดกับ Leadership Team อย่างในประเทศจีน ที่สมาชิกรัฐสภาช่วยกันเสนอข้อแนะนำในการพัฒนาประเทศนับเป็น 1,000 เรื่องต่อปี (ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่เพิ่มพูน สมรรถนะ หรือ competencies ให้กับชาติของเขาทั้งสิ้น) เมื่อสภารับหลักการแล้ว ก็จะมีคณะกรรมาธิการนำไปศึกษากลั่นกรอง และผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างจริงจัง

สมองในหัวของพวกเขาไม่ได้มีไว้เพื่อโค่นล้มอีกฝ่าย หรือเพื่อแย่งชิงอำนาจ

หากมีไว้เพื่อช่วยกันจรรโลงความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคมของชาติประชาชนให้คงอยู่อย่างต่อเนื่องยาวนาน

แค่นี้ก็คงพอคะเนได้กระมัง ว่าระหว่างเรากับประเทศที่มีกลุ่มผู้นำเฉียบคม ใครจะเสวยมรรคผลแตกต่างกันอย่างไร ในอีกหลายปีจากนี้ไป
 

hi5 Games

Play hi5 Games

Recently played


 

Journal

View All 6 Entries    Add Comment

จับเข่าคุย2ผู้บริหาร"นิด้า" กระตุกต่อมคิดนักการเมือง

"มติชน" มีโอกาสสนทนากับ ผศ.ปกรณ์ ปรียากร คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และ รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ รองคณบดีว่าด้วยเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดย ผศ.ปกรณ์ให้ความเห็นต่อข่าวรัฐบาลปรองดองแห่งชาติไว้น่าสนใจ เช่นเดียวกับความเห็นของ รศ.ดร.มนตรีต่อภาวะผู้นำของนักการเมืองไทย

ปกรณ์ ปรียากร

ความจริงผมอยากเห็นเรื่องความปรองดองมานานแล้วล่ะ แต่มันควรจะทำให้เป็นทางการมากกว่าส่งกระแสเพื่อโยนหินถามทาง ว่ากันตามความจริงภาวะผ่อนปรนทางด้านการปรองดองมันน่าจะมาจากพรรคซีกรัฐบาลเดิมตั้งนานแล้ว ถ้าทำได้ตั้งแต่ตอนโน้นมันก็น่าจะจบไปแล้ว แต่พอเสนอในจังหวะนี้มันเหมือนสร้างข่าวรายวันเพื่อดึงความสนใจของตัวเองให้เพิ่มสูงขึ้น ถ้าคนในพรรคเพื่อไทยคิดที่จะสร้างความปรองดองจริง พรรคเพื่อไทยก็น่าจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการมากกว่าที่จะปล่อยข่าวออกมา แต่พอเอาเข้าจริงโฆษกพรรคบอกว่าไม่มีเรื่องนี้ เป็นแค่ ส.ส.บางคนพูดกันไปเอง

อีกอย่างเท่าที่ดูขณะนี้ยังมองไม่เห็นว่ามันจะเป็นไปได้ เพราะยังมีการเคลื่อนไหวนอกสภาที่ยังเชื่อมโยงพรรคเพื่อไทยกับกลุ่มซึ่งตั้งแง่ไล่รัฐบาลอยู่ นอกจากนั้นการที่ ส.ส.กลุ่มหนึ่งไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ฮ่องกง มันไม่ใช่เรื่องดีสำหรับพรรค เพราะการเคลื่อนไหวในลักษณะเช่นนี้ไม่ได้แสดงให้เห็นความพยายามที่จะปรองดองกัน


อย่างไรก็ดี ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่จุดจุดนี้ต้องเริ่มต้นจากทุกฝ่าย อาจจะเจรจาใต้โต๊ะกันก่อน จนกระทั่งสามารถที่จะตกลงได้แล้วค่อยออกมาแถลงร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องไปคุยกันในสภา ผมเชื่อว่า ส.ส.ส่วนใหญ่เวลานี้ โดยเฉพาะ ส.ส.รุ่นใหม่ เขาต้องอยู่อีกนาน ทีนี้เมื่อต้องอยู่อีกนาน ถ้าแรงเหวี่ยงแรงบดมันมีอยู่มาก เขาจะหมดอนาคตเลย ฉะนั้น ในเวลานี้ถ้าทุกฝ่ายละวางในจุดนี้ได้ คุยกันในหมู่แกนนำ ส.ส.เวลานี้ รวมทั้งแกนนำนอกสภาที่จะไม่พยายามไปกวนน้ำให้ขุ่นด้วยวิธีการชูประเด็นโจมตีกัน ตรงนี้อาจทำให้สถานการณ์ปรับเข้าหากันมากขึ้น

เราต้องไม่ลืมว่า เมืองไทยมีภาวะการสู้รบมาอย่างหนักหลัง 6 ตุลาคม 2519 อันนั้นหนักกว่าตอนนี้ มีอุดมการณ์ที่อาจแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ท้ายสุดก็กลับมาสู่จุดรวมตัวกันได้ กว่าจะถึงจุดนั้นมีการเจรจาต่อรองกันค่อนข้างมาก ถึงแม้ความขัดแย้งคราวนี้ เราอาจจะบอกได้ว่ามันไม่ใช่ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ แต่เป็นความขัดแย้งในปัญหาที่ตกกระทบมาจากการล้มลงของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย แต่เราคงไม่สามารถไปดึงย้อนกลับมาได้ ถ้าไปผูกใจเจ็บกัน หรือไปผูกปมให้มันแน่นโดยไม่คลายปม มันก็ยากที่จะทำให้ทุกอย่างลงตัว

ความจริงเป็นนักการเมืองมันต้องกล้าพอที่จะกลืนเลือด และมองไปข้างหน้ามากกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ในเวลานี้ มองให้ไกลกว่าผลประโยชน์บนหน้าตักของตัวเอง กับต้องลืมความแค้นที่มีในอดีตระยะสั้นๆ บางคนที่เห็นเป็นตัวชนวนทั้งสองฝ่ายก็ต้องยอมเสียสละ เราต้องไม่ลืมว่า ความบอบช้ำของประเทศมันตกอยู่กับภาคเอกชนและภาคประชาชน และทั้งสองภาคนี้เขาไม่ได้เคยทำผิดอะไร

มนตรี โสคติยานุรักษ์

ประเทศเราดูง่ายๆ มันมี 3 ส่วน สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ถามว่า 3 สิ่งนี้อะไรเปลี่ยนง่ายสุด เปลี่ยนยากสุด สังคมยากสุด สังคมไทยทุกวันนี้มันหล่อหลอมมานับพันปีบนแผ่นดินสุวรรณภูมิ เราอยู่ในผืนดินอุดมสมบูรณ์ อะไรง่ายๆ คือไทย ไม่เคยวางแผน ไม่เคยคิดล่วงหน้า อยากกินอะไรไปจับปลาที่คลอง เพราะไม่มีหิมะ ไม่มีฝน ตรงนี้เลยทำให้คนไทยเป็นอย่างนี้ ฉะนั้น เราต้องหาระบบการเมืองและระบบเศรษฐกิจที่มันสอดรับกับสังคมเรา เราอย่าไปหวังให้สังคมเปลี่ยนตามการเมือง อย่าไปหวังเปลี่ยนคนไทย เพราะคนไทยเปลี่ยนยาก อีกพันปีก็เปลี่ยนยาก วางคนไทยไว้อย่างนี้ อยู่ง่ายๆ สบายๆ อุปถัมภ์กัน แต่จะทำอย่างไรให้ระบบการเมืองมันเหมาะกับตรงนี้อย่างไร เราจะหาคนอย่างไร อันนี้น่าจะง่ายกว่า เรื่องนี้ต้องศึกษากันพอสมควรว่าไอ้ที่มันเหมาะกับไทยเรามันเป็นอย่างไร

ส่วนระบบที่ทำอย่างไรเราจะได้นักบริหารมืออาชีพมาบริหารประเทศนั้น อันที่จริงนักการเมืองไม่ใช่ผู้บริหาร ถ้าไม่ใช่ผู้บริหารมันก็ไม่มีความสามารถในการตัดสินใจ ประเทศมันก็ไม่เดิน อย่าง ลี กวน ยู สมัยเป็นนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ มีช่วงหนึ่งมีปัญหาเรื่องรถไฟฟ้าจะสร้างใต้ดิน บนดิน บนฟ้าดี มีความเห็นแตกต่างกันด้วยคะแนนก้ำกึ่งกัน ถ้าเป็นเมืองไทยทำอย่างไร ง่ายนิดเดียว ตั้งคณะกรรมการศึกษา คณะกรรมการบอกเรื่องนี้ละเอียดอ่อน ตั้งคณะอนุกรรมการ ตั้งคณะทำงานศึกษา หมดไป 9 เดือน ส่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) พอดูไปดูมาไม่แน่ใจก็ตั้งกรรมการชุดใหม่มาดูอีก เลยหมดไปอีก 1 ปีไม่ได้ทำเสียที บ้านเมืองไม่เคลื่อนไหว แต่ลี กวน ยู ว่าอย่างไร ลี กวน ยู ออกทีวีพบประชาชนเลย บอก "ในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นนายกรัฐมนตรี พวกท่านทั้งหลายเลือกข้าพเจ้าเป็นนายกฯ ข้าพเจ้าขอใช้สิทธิการเป็นนายกฯตัดสินใจ" ทุบโต๊ะปัง เกิดเลย

นายกฯมันอยู่ที่ตัดสินใจ นายกฯไม่ได้มีไว้ตั้งกรรมการ นี่คือการบริหาร เขาก็มีรถไฟฟ้าใช้ ของเราวนไปวนมาจนพ้นวาระ ปลอดภัย บริหารประเทศแบบปลอดภัยอยู่ได้ตลอดเวลา แต่บ้านเมืองไม่เกิดความเคลื่อนไหว

Applications

Browse Applications

SuperComments
The best way to send and receive comments with your friends! Now with videos, photos, and more.

SuperPoke Pets
Adopt the CUTEST virtual pets on the web!

Poker Palace
Casino-style Texas hold 'em poker. It's the real deal!

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

ภูริวัจน์ has no unwrapped gifts.
 

Comments   |   View All Entries   |   Send a Blast Card

Leave a comment for ภูริวัจน์

Mar 11 6:25 AM
 
ดีคับ


ขอบคุณที่แอดมานะคับ


ว่านคับ


ยินดีที่รู้จักคับ
 
Mar 7 8:10 AM
 
อ๋อค่ะ

แล้วอาจารย์มาสอนทุกเทอมเลยเหรอค่ะ
 
Mar 5 8:12 AM
 
อ้าวเหรอค่ะ

แอ๋มก็เรียนที่ ม เกษตร เหมือนกันอ่ะค่ะ

ตอนนี้อยู่ปีหนึ่ง

อยู่กำแพงแสนอ่ะค่ะ

ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะอาจารย์
 
 
Mar 3 2:55 AM
 
แวะมา HBD ย้อนหลังนะค่ะ

มีความสุขสมหวังทั้งชีวิตและการงานนะค่ะ
 
Feb 25 11:09 PM
 
ดีคับ
ผม ต้น คับ
รับแอดแล้วนะคับ
แล้วอะคับชื่ออะไร
 
Feb 16 8:50 PM
 
อาทิตย์หน้าไม่ได้แน่ๆ
เพราะชั้นคุมสอบปลายภาคอ่ะ
อาทิตย์นี้จะรอดรึป่าว ออกข้อสอบอยู่เนี่ยๆๆๆๆๆ
ถ้ามาพฤหัสนี้ ชั้นคงไม่ได้ไปโรงเรียนกะแกหรอก
ขอไปช่วงเย็นได้มะ ไปหาอะไรอร่อยๆ กินกัน
อยากเจอๆๆๆๆๆๆ
 
Feb 14 10:30 PM
 
จะมาวันพฤหัสหรอแอร์
เมื่อวานจอยมันโทรมาชวน
 
Feb 1 1:08 AM
 
รับแอดละนะครับ
 
 
Jan 17 7:18 AM
 
ก็ทักข้างล่างแล้วไง เพื่อนๆเดินเร็วจะตาย ก็ต้องรีบๆเดินอะ ไม่อยากอยู่บนเวทีนานอะค่ะ เขิน เหอะๆ ทำเป็นงอนไปได้ ปัดโธ่!!!!
 
Jan 13 11:10 PM
 
กรูก้อว่างั้นแหล่ะ
ไม่มาเกิดก้อช่างมันเถอะ.....เนอะ
 
Jan 10 11:02 PM
 
5555+
นังจอยมันแนะนำให้ชั้นไปเจาะมดลูก
เก็บไข่สต็อคไว้ก่อน
แล้วมีตอนไหนก้อได้ แก่ก้อไม่มีปัญหา
เอาวะ ให้แต่งก่อนเหอะค่อยว่ากัน..
ช่วงนี้ ก้อเตรียมๆ ตัวไปก่อน
 
Jan 6 8:20 PM
 
เจอโรคเลื่อนน่ะแอร์
พอดีพ่อแฟนเพิ่งเสีย
ยังอยู่ในช่วงทำใจ
พร้อมเมื่อไหร่จะบอกนะ
เวลายังไม่ได้กำหนด
เร็วสุดอาจจะกลางปี หรือไม่ก้อปลายปีนี้แหล่ะ
แก่แล้ว....เด๋วมีลูกไม่ทันใช้อ่ะ
 
 
Dec 16, 2009 7:38 AM
 
ตรงไหนดีอะ เหอะๆ เอาเป้นว่าเข้าแล้วกันนะค่ะ 55555+ (ทำไมต้องขมองอิ่มอะ? ไม่เข้าใจ)
แล้วพี่แอร์สบายดีนะค่ะ แล้วอาจารย์ประพนธ์กับอาจารย์แหม่มสบายดีไม๊ค่ะ
 
Dec 7, 2009 9:10 AM
 
พูดจริงๆ จะมาเชอะอะไรค่ะ เข้ากับพี่แอร์ม๊ากมาก > <
 
Dec 3, 2009 6:39 AM
 
บางครั้งเพลงก้เพราะเกินไป แต่ว่าก็เข้ากะพี่แอร์ดีนะค่ะ (ตึ่งงงงงงงงงงงง!!!!)
 
Dec 2, 2009 7:56 AM
 
จิตตกอีกแล้ว
what shoud i do?
 
Nov 25, 2009 11:47 PM
 
ขอโทดนะคับที่หายไปหลายวัน


พอดีว่าที่บ้านน้ำท่วมเลยไม่ได้ออนเลย


ไม่โกดกัลนะคับ

คิดถึงเพื่อน ๆ มากเลย


แทคแคร์นะคับ

แทคแคร์นะคับ

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks